ข้อมูลสิ่งมีชีวิต

Sonneratia caseolaris

  • ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:

    Sonneratia caseolaris Engl.

  • ชื่อไทย:

    - ลำพู

  • อาณาจักร::

    Plantae

  • ไฟลัม::

    Tracheophyta

  • ชั้น::

    Magnoliopsida

  • อันดับ:

    Myrtales

  • วงศ์::

    Lythraceae

  • สกุล:

    Sonneratia

  • ปีที่ตีพิมพ์::

    - ไม่ระบุ -

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ไม่ผลัดใบ ปลายกิ่งย้อยลู่ลง กิ่งแขนงย่อย<br /> เป็นเหลี่ยม เปลือกเรียบ สีดำคล้ำ แต่เมื่ออายุมากขึ้นเปลือกจะหยาบ มีรากอากาศอยู่เหนือดิน ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่แคบถึงรูปใบหอก โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมถึงทู่ และมีติ่งสั้น ๆ ม้วนลง ดอก ออกดอกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย หนาแข็ง สีเขียว กลีบดอกสีแดงเข้ม เกสรเพศผู้จำนวนมาก สีขาว โคนแดง ดอกบานตอนกลางคืน ร่วงง่าย ออกดอกเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ผล ทรงกลมแป้น สีเขียว ส่วนของกลีบรองดอกที่เจริญเป็นผลจะขยายใหญ่และแผ่ตามแนวระนาบ


<br /> บรรยายลักษณะต้น:ไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูง 10-20 ม. กิ่งแขนงมักแตกตามระนาบ ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ใบ:ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าวสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปใบไข่แคบถึงรูปใบหอก หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมถึงทู่ และมีติ่งสั้นๆม้วนลง เส้นใบแบบร่างแหขนนก เนื้อใบอวบน้ำ ค่อนข้างบาง ดอก:ดอก เดี่ยว หรือแบบช่อกระจุกสองด้าน ออกตามปลายกิ่ง ดอกตูมรูปทรงกระสวยหรือรูปรี กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแล้วผายออก เป็นรูปถ้วยตื้น ผิวเรียบ ปลายแยกเป็น 6-8 แฉก รูปใบหอกถึงรูปสามเหลี่ยม แฉกกลีบยาว กว่าหลอดกลีบ กลีบดอกรูปแถบ สีแดงเข้ม ติดอยู่ระหว่างกลีบเลี้ยง หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านเกสรเพศผู้เรียวคล้ายเส้นด้าย โคนก้านสีแดง ปลายสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาวอมชมพูก่อนร่วง เกสรเพศเมียยาวเป็น 2 เท่าของเกสรเพศผู้ ผล:ผล แบบผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบ สีเขียวอ่อน ปลายเป็นติ่งแหลม ผลสุกเนื้อนิ่ม กลิ่นหอม มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมากฝังอยู่ในเนื้อผลเปลือก:เปลือกเรียบ สีเทาคล้ำ เมื่อแก่เปลือกจะหยาบ แตกเป็นร่องลึกตามยาวหรือล่อนเป็นสะเก็ด อื่นๆ:รากหายใจเรียวแหลม สูงถึง 70 ซม. <br /> <br>ไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูง 10-20 ม. กิ่งแขนงมักแตกตามระนาบ ปลายกิ่งห้อยลู่ลง <br>ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าวสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปใบไข่แคบถึงรูปใบหอก หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมถึงทู่ และมีติ่งสั้นๆม้วนลง เส้นใบแบบร่างแหขนนก เนื้อใบอวบน้ำ ค่อนข้างบาง <br>ดอก เดี่ยว หรือแบบช่อกระจุกสองด้าน ออกตามปลายกิ่ง ดอกตูมรูปทรงกระสวยหรือรูปรี กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแล้วผายออก เป็นรูปถ้วยตื้น ผิวเรียบ ปลายแยกเป็น 6-8 แฉก รูปใบหอกถึงรูปสามเหลี่ยม แฉกกลีบยาว กว่าหลอดกลีบ กลีบดอกรูปแถบ สีแดงเข้ม ติดอยู่ระหว่างกลีบเลี้ยง หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านเกสรเพศผู้เรียวคล้ายเส้นด้าย โคนก้านสีแดง ปลายสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาวอมชมพูก่อนร่วง เกสรเพศเมียยาวเป็น 2 เท่าของเกสรเพศผู้ <br>ผล แบบผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบ สีเขียวอ่อน ปลายเป็นติ่งแหลม ผลสุกเนื้อนิ่ม กลิ่นหอม มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมากฝังอยู่ในเนื้อผล<br>เปลือกเรียบ สีเทาคล้ำ เมื่อแก่เปลือกจะหยาบ แตกเป็นร่องลึกตามยาวหรือล่อนเป็นสะเก็ด <br>รากหายใจเรียวแหลม สูงถึง 70 ซม.


ระบบนิเวศ :

เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้น ริมน้ำ ทนน้ำกร่อย ชอบขึ้นในดินเหนียวที่มีการทับถมด้วยโคลนตม ตามริมแม่น้ำลำคลองที่มีน้ำเค็มขึ้นถึงบางฤดูกาล หรือที่มีน้ำกร่อยตลอดปี หรือดินชายเลนริมฝั่งทะเล


แหล่งที่พบภายในประเทศ :

สมุทรปราการ


รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :

บางกระเจ้า


ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองปะเหลียนและป่าคลองท่าบ้า


พื้นที่ชุมน้ำปากแม่น้ำกระบี่


การกระจายพันธุ์ :

เป็นไม้เบิกนำ พบมากในพื้นที่น้ำมีความค็มน้อยและเลนลึก การกระจายพันธุ์ ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย


ส่วนของตัวอย่างที่นำมาใช้ :

ราก หน่อ เปลือก ใบ ผล

วัตถุประสงค์การนำมาใช้ประโยชน์ :

สมุนไพร

รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์ :

ราก : ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ หน่อ : แก้โรคตา เปลือก : แก้โรคผิวหนัง แก้แผลเปื่อย แก้โรคป่วง แก้กระษัย แก้พยาธิ แก้พิษตานชาง ใบ : ผสมกับยาอื่นแก้ปวดท้อง ลงท้อง แก้พิษปลาดุกแทง ผล : ผลแก่ตำคั้นน้ำแก้ท้องร่วง

สถานภาพการคุกคาม (โลก) :
สิ่งมีชีวิตที่มีสถานภาพเป็นกังวลน้อยที่สุด Concern: LC (IUCN, 2010)

สถานภาพการคุกคาม (ไทย) :