-
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Lagerstroemia tomentosa C.Presl
-
ชื่อสามัญ::
- -
-
ชื่อไทย:
- เสลาขาว
-
ชื่อท้องถิ่น::
- เสลาขาว
- -
- เสลา (สระบุรี ราชบุรี) จะวอ (กะเหรี่ยง) จูดอ, ชวง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ฉ่วงฟ้า (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เบาะโยง เบาะสะแอน เบาะเส้า (เชียงราย) เปื๋อยขาว (ภาคเหนือ) เส้า เส้าขาว เส้าเบาะ (เชียงใหม่) เสลาขาว (ราชบุรี)
-
อาณาจักร::
-
ไฟลัม::
-
ชั้น::
-
อันดับ:
-
วงศ์::
-
สกุล:
-
ปีที่ตีพิมพ์::
- ไม่ระบุ -
|
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
ไม้ต้น |
|
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 20-35 ม. เปลือกนอกสีน้ำตาลถึงเทาเข้ม แตกตามยาว มีขนรูปดาวและขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก รังไข่ และผลอ่อน ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 7-18 ซม. ปลายแหลมหรือแหลมยาว โคนมนหรือกลม ก้านใบยาว 4-8 มม. ช่อดอกส่วนมากออกที่ปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 40 ซม. หลอดกลีบเลี้ยงยาว 3-4 มม. มีประมาณ 12 สัน ปลายแยกเป็นรูปสามเหลี่ยม 5-6 แฉก ยาวประมาณ 3 มม. ด้านนอกมีขนหนาแน่น ด้านในเกลี้ยง ติดทน ดอกสีขาวหรืออมม่วงอ่อน มี 5-6 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1-1.5 ซม. รวมก้านกลีบที่ยาว 3-5 มม. ขอบเป็นคลื่น แผ่นกลีบย่น เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์มี 6-7 อัน ยาวและหนา ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1.5 ซม. ผลแห้งแตกเป็น 6 ซีก รูปขอบขนาน ยาว 1-1.7 ซม. ( ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 35 เมตร<br /> ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปหอก ยาว 10-18 เซนติเมตร กว้าง 4-6 เซนติเมตร ปลายแหลมถึงเรียวแหลม ฐานมน กลม ขอบเรียบ ใบอ่อนมีขนรูปดาว<br /> ดอก: ดอกแบบช่อกระจะ กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ กลีบดอก 5-6 กลีบ สีขาวหรือชมพูอ่อน เกสรเพศผู้ 6-7 อัน เกสรเพศเมีย อยู่เหนือวงกลีบ<br /> ผล: ผลแก่แล้วแตก กลมหรือรูปไข่ สีน้ำตาลเข้ม<br /> เปลือก: เปลือกสีน้ำตาลเทาเข้ม) ไม้ใหญ่สูงถึง 35 ม. เรือนยอดแคบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาเข้ม แตกและหลุดเป็นเส้นยาว เปลือกชั้นในเป็นชั้นสีน้ำตาลและขาวบาง ๆ หลายชั้น ใบ 10-18x 4-6.5 ซม. ใบอ่อนมีขนรูปดาวสีเหลือง ใบแก่เกลี้ยง ใบที่จะร่วงสีบรอนส์อมเหลือง เส้นใบข้าง 9-10 คุ่ เส้นใบย่อยสานเป็นขั้นบันได เห็นชัดเจนจากด้านล่าง ก้านใบ 0.6-1 ซม. ดอก 2.7-3.5 ซม. สีขาวหรือสีชมพูอ่อน ชั้นกลีบเลี้ยงแยก 5-6 แฉก มีสัน 10-12 สัน ภายนอกมีขนสีเหลือง ภายในไม่มีขนถึงปลายกลีบ ฐานกลีบดอกแคบคล้ายก้านกลีบ เกสรตัวผู้ขนาดใหญ่ 6-7 อัน สีชมพู ขนาดเล็กมากมาย มีอับเรณูสีเหลือง ผล 1-1.4 ซม. กลมหรือรุปไข่สีน้ำตาลเข้ม มีกลีบเลี้ยงคลุม 1/3 ของผล ไม้ต้นผลัดใบ สูงถึง 35 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก รูปรี หรือรูปไข่ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 8-13 ซม. มีขนรูปดาวนุ่มคล้ายขนสัตว์หนาแน่น หลุดร่วงง่าย ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งหรือบางครั้งออกที่ซอกใบ ยาวถึง 40 ซม. ดอกสีขาว หรือสีฟ้าอ่อน รังไข่มีขน ผลแห้งแล้วแตกเป็น 6 แฉก ผลอ่อนมีขน เมื่อแก่มีขนเฉพาะบริเวณปลายผล ออกดอกเดือน มี.ค.-มิ.ย. <br /> บรรยายลักษณะต้น:ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 35 เมตร ใบ:ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปหอก ยาว 10-18 เซนติเมตร กว้าง 4-6 เซนติเมตร ปลายแหลมถึงเรียวแหลม ฐานมน กลม ขอบเรียบ ใบอ่อนมีขนรูปดาว ดอก:ดอกแบบช่อกระจะ กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ กลีบดอก 5-6 กลีบ สีขาวหรือชมพูอ่อน เกสรเพศผู้ 6-7 อัน เกสรเพศเมีย อยู่เหนือวงกลีบ ผล:ผลแก่แล้วแตก กลมหรือรูปไข่ สีน้ำตาลเข้มเปลือก:เปลือกสีน้ำตาลเทาเข้ม อื่นๆ:<br /> <br>ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 35 เมตร <br>ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปหอก ยาว 10-18 เซนติเมตร กว้าง 4-6 เซนติเมตร ปลายแหลมถึงเรียวแหลม ฐานมน กลม ขอบเรียบ ใบอ่อนมีขนรูปดาว <br>ดอกแบบช่อกระจะ กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ กลีบดอก 5-6 กลีบ สีขาวหรือชมพูอ่อน เกสรเพศผู้ 6-7 อัน เกสรเพศเมีย อยู่เหนือวงกลีบ <br>ผลแก่แล้วแตก กลมหรือรูปไข่ สีน้ำตาลเข้ม<br>เปลือกสีน้ำตาลเทาเข้ม <br> ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 20–35 ม. เปลือกนอกสีน้ำตาลถึงเทาเข้ม แตกตามยาว มีขนรูปดาวและขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก รังไข่ และผลอ่อน ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 7–18 ซม. ปลายแหลมหรือแหลมยาว โคนมนหรือกลม ก้านใบยาว 4–8 มม. ช่อดอกส่วนมากออกที่ปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 40 ซม. หลอดกลีบเลี้ยงยาว 3–4 มม. มีประมาณ 12 สัน ปลายแยกเป็นรูปสามเหลี่ยม 5–6 แฉก ยาวประมาณ 3 มม. ด้านนอกมีขนหนาแน่น ด้านในเกลี้ยง ติดทน ดอกสีขาวหรืออมม่วงอ่อน มี 5–6 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1–1.5 ซม. รวมก้านกลีบที่ยาว 3–5 มม. ขอบเป็นคลื่น แผ่นกลีบย่น เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์มี 6–7 อัน ยาวและหนา ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1.5 ซม. ผลแห้งแตกเป็น 6 ซีก รูปขอบขนาน ยาว 1–1.7 ซม. (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ ตะแบก, สกุล) |
|
ระบบนิเวศ :
พบทั่วไปในป่าชื้นผลัดใบและกึ่งป่าดิบ หรือป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูง ถึงประมาณ 1,150 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง |
|
การกระจายพันธุ์ :
- ป่าผสม ที่ระดับความสูง 600-1,200 เมตร พบในประเทศไทย พม่า ลาว และเวียดนาม |
|
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
ป่าสงวนแห่งชาติป่านาซาวฝั่งซ้ายถนนแพร่-น่าน ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่คำมี ป่าสงวนแห่งชาติป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่วงก์ – แม่เปิน ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาว |
|
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์ : ไม้ดอกไม้ประดับ |
หน่วยงาน
- คณะทำงานโครงการฯ
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี
- องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
- สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- กรมป่าไม้
- องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูถัมป์
- กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
- ไม่พบข้อมูล