ข้อมูลสิ่งมีชีวิต

Lagerstroemia macrocarpa

  • ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:

    Lagerstroemia macrocarpa Wall. ex Kurz

  • ชื่อสามัญ::

    - -

  • ชื่อไทย:

    - อินทนิลบก

  • ชื่อท้องถิ่น::

    - อินทนิลบก

    - กากะเลา กาเสลา จ้อล่อ จะล่อ ซีมุง ปะหน่าฮอ

    - กะเลา (มุกดาหาร) กากะเลา (อุบลราชธานี) กาเสลา กาเสา (ภาคอีสาน) หูกวาง จ้อล่อ จะล่อ จะล่อหูกวาง (ภาคเหนือ) ชีมุง (เงี้ยว) ปะหน่าฮอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

  • อาณาจักร::

    Plantae

  • ไฟลัม::

    Tracheophyta

  • ชั้น::

    Magnoliopsida

  • อันดับ:

    Myrtales

  • วงศ์::

    Lythraceae

  • สกุล:

    Lagerstroemia

  • ปีที่ตีพิมพ์::

    - ไม่ระบุ -

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :

ไม้ต้น


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. ใบรูปขอบขนาน แกมรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 10-45 ซม. แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ช่อดอกตั้งตรง ยาวได้ถึง 30 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ก้านดอกเทียมยาว 0.5-2 ซม. ขยายในผลเล็กน้อย ตาดอกรูปกลมหรือรูปไข่ ยาว 1-1.6 ซม. ปลายส่วนมากไม่มีจุก หลอดกลีบเลี้ยงยาว 5-8 มม. มีสันตามยาวประมาณ 12 สัน ด้านนอกมีขนละเอียด กลีบหนา รูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 1 ซม. บานออกในผล ดอกสีชมพูอมม่วง กลีบรูปกลม ๆ ยาว 3-4 ซม. ขอบย่น ก้านกลีบยาว 1-1.5 ซม. เกสรเพศผู้ยาวเท่า ๆ กัน รังไข่เกลี้ยง ผลรูปรีกว้างหรือเกือบกลม ยาว 3-4 ซม. เกลี้ยง ปลายมีติ่งแหลม แตกเป็น 6 ซีก


ไม้ต้น สูง 8-15 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 6-18 ซม. ยาว 14-40 ซม. โคนใบมน ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 5-18 ททซ ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นช่อยาว 10-30 ซม. ดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว ดอกบานกว้าง 7-12 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 6 แฉก กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปค่อนข้างกลม โคนกลีบสอบ เรียวเป็นก้าน เกสรผ้ำจนวนมาก เป็นกระจุกสีเหลืองอยู่กลางดอก ผลเป็นผลแห้งรูปไข่หรือป้อมรี ยาว 3-4 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 5-6 แฉก เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาล มีปีกบางโค้งทางด้านบนหนึ่งปีก


<br /> บรรยายลักษณะต้น:ไม้ต้นขนาดเล็ก ใบ:ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปไข่แกมขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว ดอก:ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว กลีบรองดอกรูปถ้วย กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปค่อนข้างกลม ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมผล:ผลเป็นผลแห้งรูปไข่หรือป้อมรี เมื่อแก่แตกเป็น 5-6 แฉก เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาล มีปีกบางโค้งทางด้านบนหนึ่งปีกเปลือก:อื่นๆ:<br /> <br>ไม้ต้นขนาดเล็ก <br>ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปไข่แกมขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบมนหรือแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว <br>ดอกสีชมพูถึงม่วงแดง หรือซีดขาวออกเป็นดอกตูมเป็นรูปลูกข่าง ส่วนบนมีรอยบุ๋มตามยาว กลีบรองดอกรูปถ้วย กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปค่อนข้างกลม ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม<br>ผลเป็นผลแห้งรูปไข่หรือป้อมรี เมื่อแก่แตกเป็น 5-6 แฉก เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาล มีปีกบางโค้งทางด้านบนหนึ่งปีก<br><br>


ระบบนิเวศ :

ขึ้นตามป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ความสูงถึงประมาณ 1000 เมตร


การกระจายพันธุ์ :

พบในอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม


ขึ้นตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ


รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :

ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูสีฐาน(ป่าภูผาซาน) ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่คำมี ป่าสงวนแห่งชาติป่าสีสุก ป่าสงวนแห่งชาติป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาว ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ธิ แม่ตีบ แม่สาร


รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์ :

สมุนไพร,ที่อยู่อาศัย,ไม้ดอกไม้ประดับ,เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย